ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ วัฏจักรการเมืองกำลังเดินเข้าสู่โค้งสำคัญที่จะชี้ผลความเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำคัญว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นจะส่งผลดีกับฝ่ายไหนเท่านั้น! ในซีกของประชาชนคงต้องการให้เกิดการเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เพราะสภาพปัจจุบันอะไรต่อมิอะไรย่ำแย่ไปหมดเศรษฐกิจก็ไม่ดี กับประเทศเพื่อนบ้านก็มาสู้รบกันผู้นำประเทศก็เกิดปัญหาและไม่ได้รับการยอมรับคงไม่มีคนไทยคนไหนต้องการให้ประเทศชาติตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้พูดง่ายๆว่านั่งรอให้ถึงวันนั้นเร็วๆ!ในรัฐบาลวันนี้ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี กำลังจะเดินเข้าสู่แดนประหารจากศาลรัฐธรรมนูญในคดี “คลิปฉาว”บทสนทนาระหว่างผู้นำไทยกับผู้นำกัมพูชา29 ส.ค.2568 ศาลได้นัดหมายจะมีการตัดสินว่ามีความผิดตามที่ถูกร้องหรือไม่ในพรรค “เพื่อไทย” และบรรดาแกนนำรัฐบาลต่างก็ได้แต่ภาวนาขอให้รอดพ้นจากวิบากกรรมไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ก่อนว่าผลจะออกมาอย่างไรได้แต่คิดในแง่ดีเท่านั้นคือต้องรอด...ด้านหนึ่งก็ว่าจะไม่รอด อีกด้านหนึ่งก็มั่นใจว่ารอดแน่ จึงต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้าแต่ไม่ได้เตรียมการอะไรให้เอิกเกริกเพราะเกรงว่าจะทำให้เสียขวัญได้อย่างน้อยก็มั่นใจว่าคำชี้แจงที่หัวหน้าพรรคส่งให้ศาลนั้นน่าจะมีเหตุผลทำให้ศาลเชื่อว่าทุกอย่างทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์มิได้มีนอกมีในหรือได้เสียแต่อย่างใดอ้างว่าเป็นเทคนิคในการเจรจาเท่านั้นแต่ก็มีคนมองเห็นต่างว่าในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้นำของประเทศหนึ่ง การเจรจาจะต้องตั้งอยู่บนฐานแห่งความเหมาะสมและมีเหตุมีผลไม่ใช่ใช้ความสนิทสนมส่วนตัวมาเป็นวิธีการโดยเฉพาะการกล่าวอ้างถึงแม่ทัพนายกองคนสำคัญที่ต้องเป็นหัวหน้าหน่วยงานว่าเป็นคนละพวกนั้นมันไม่เป็นการเสียเกียรติเสียเกียรติภูมิหรือ?เพราะการเจรจากันนั้นควรอยู่บนพื้นฐานแห่งศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องของ “ลุงกับหลาน”ยิ่งไปบอกว่าต้องการอะไรก็บอกมาจะจัดให้ทุกอย่าง เกิด “ฮุน เซน” ขอเกาะกูดของไทยจะไม่ต้องยกให้หรือเรื่องของชาติบ้านเมืองไม่ใช่สมบัติส่วนตัวที่จะมาแลกเปลี่ยนกันง่ายๆการไปพูดเช่นนั้นมันควรหรือไม่?มันเท่ากับเอาความเป็นส่วนตัวมาเป็นหลักประกันชาติ...ไม่มีที่ไหนเขาทำกันหรอกแน่นอนว่าเหตุมันยังไม่เกิดแต่เจตนามันเป็นอย่างนั้นแล้วแบบนี้ประชาชนคนไทยจะคิดอย่างไรจึงไม่ต้องแปลกใจที่คนไทยส่วนใหญ่เกิดความไม่พอใจและเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งแต่เมื่อไม่ยอมลาออก!ก็ต้องใช้วิธีทางกฎหมายคือยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินการกระทำทุกอย่างเป็นไปตามกติกาก่อนที่จะถึงวันที่ศาลนัดฟังคำตัดสินยังมีเวลาที่จะคิดและตัดสินใจว่าจะยอมรับโดยดุษฎีหรือต้องให้ศาลสั่งมีหนทางแค่นี้ที่จะทำได้!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม