เป็นสูตรสำเร็จที่มีโอกาสจะประสบ ความสำเร็จอีกครั้งกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อประชาชนแห่ลงทะเบียนใช้สิทธิครบ 20 ล้านสิทธิตามเป้าหมาย และจะได้เริ่มใช้จ่ายผ่านแอปฯเป๋าตัง ตั้งแต่ 29 ต.ค.ถึง 31 ธ.ค.2568 โดยรัฐบาลประกาศเตรียมเปิดโครงการ เฟส 2 เพื่อเก็บกลุ่มตกหล่นช่วงต้นปี 2569ถือเป็นโครงการแรกๆตามแนวทาง “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ควบคู่กับการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กลุ่มเปราะบาง 13 ล้านคน โดยทั้ง 2 โครงการจะใช้งบฯ ทั้งงบฯเหลือจ่ายปี 2568 และงบฯปี 2569 รวม 6 หมื่นกว่าล้านบาท นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆรอเข้าคิวตามมาอีกหลายโครงการทั้งมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการท่องเที่ยว มาตรการซื้อหนี้ เพื่อลดภาระหนี้สินประชาชน โครงการค้ำประกัน สินเชื่อเงินกู้ มาตรการคืนภาษี เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจขนาดกลางขนาด ย่อม มาตรการลดรายจ่ายบรรเทาภาระประชาชน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าการเดินทาง รวมทั้งการเร่งรัดเบิกจ่ายงบฯ ปี 2569ที่น่าสนใจเรียกว่าทุกโครงการต้อง ใช้วงเงินงบฯจำนวนมาก ทั้งงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจค้างเก่า งบฯรายจ่ายประจำปี รวมทั้งงบฯที่อยู่ในกองทุนต่างๆ รวมๆแล้วเบื้องต้นอยู่ในกรอบงบฯหลายแสนล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย เร่งรัดการใช้จ่ายกระตุ้นการบริโภค กู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยไม่ให้ติดหล่มและดิ่งลงเหวแต่อีกทางหนึ่งก็มีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายให้รัฐบาลทำควบคู่ นอกจากการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ มาตรการด้านการคลัง การบริหารงบฯให้สมดุล วางแผน ขยายเรื่องการลงทุนภาครัฐ เอกชน ดึงการลงทุนจากภายนอก รวมถึงแก้ปัญหาสถานะคลัง หนี้สาธารณะที่จ่อวิกฤติ กระทบอันดับความเชื่อมั่นประเทศอีกเรื่องสำคัญคือการจัดเก็บรายได้ ของประเทศจากเศรษฐกิจยุคใหม่ อี–คอมเมิร์ซ อี–เซอร์วิส ทั้งซื้อขายสินค้าและบริการ การทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่างๆ ที่มีมูลค่ารวมแล้วหลายแสนล้านบาทและเพิ่มขึ้นทุกปี แต่รัฐยังจัดเก็บภาษีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่มีกฎหมายหรือมาตรการครอบคลุมเพียงพอเรียกว่าโจทย์ด้านเศรษฐกิจยังมี อะไรให้รัฐบาลต้องทำอีกมาก ชนิดต้องเริ่มยกเครื่องใหญ่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศกันจริงจัง เพราะหากใช้เพียงแค่การหว่านงบฯ อัดฉีดเงิน ก็จะเป็นแค่หวังผลคะแนนนิยมทางการเมืองในระยะสั้นๆ แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ในทางยาว และไม่กระจายตัวให้เศรษฐกิจไทยได้เติบโตยั่งยืนอย่างแท้จริง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม