ปัญหาเรื้อรังของรัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล คือไม่เปิดเผยความจริงต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เรื่องใดที่จะทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ รัฐบาลจะแอบขมิบไว้ไม่บอกประชาชนกรณีล่าสุดที่สร้างความหงุดหงิดใจ ให้พี่น้องประชาชนทั่วบ้านทั่วเมือง คือการที่รัฐบาลอนุทิน เตรียมจะส่งมอบเชลยศึก 18 คน คืนกลับไปให้กัมพูชาในวันที่ 12 พฤศจิกายนโดยรัฐบาลอ้างว่าการส่งมอบเชลยศึกเป็นไปตามข้อตกลงสันติภาพที่ “นายกฯอนุทิน” และ “นายกฯฮุน มาเนต” ได้ลงนามร่วมกันที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา“แม่ลูกจันทร์” ยอมรับว่าการปล่อยเชลยศึกกัมพูชาได้กำหนดไว้ในข้อตกลงสันติภาพ ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นสักขีพยานโดยระบุไว้ในข้อ 5 “เมื่อความเป็นปรปักษ์ของไทย–กัมพูชา ได้สิ้นสุดลง ฝ่ายไทยจะดำเนินการปล่อยเชลยศึกโดยพลัน”!!เพียงแต่รัฐบาลไม่เปิดเผยเรื่องนี้ให้ประชาชนอย่างชัดเจนเมื่อมีข่าวปูดออกมาว่ารัฐบาลอนุทินจะปล่อยเชลยศึกที่จับกุมได้ 18 คน คืนให้ฝ่ายกัมพูชาจึงกลายเป็นไฟลนก้นรัฐบาลด้วยประการฉะนี้แล“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าแม้รัฐบาลไทยไปเสียท่ายอมรับเงื่อนไขจะปล่อยคืนเชลยศึก 18 คน ให้กัมพูชาโดยพลันแต่รัฐบาลไทยไม่จำเป็นต้องปล่อยเชลยศึกทันทีเพราะยังมี “เงื่อนไข 4 ข้อ” ที่ฝ่ายกัมพูชา ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง เพื่อฟื้นฟูสันติภาพตามแนวชายแดนไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม“แม่ลูกจันทร์” มองว่าฝ่ายกัมพูชาต้องทำให้ครบเงื่อนไข 4 ข้อเสียก่อน จึงจะเข้าเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยต้องส่งมอบเชลยศึกให้กัมพูชาเงื่อนไขข้อที่ 1, กัมพูชาต้องถอนอาวุธหนักทั้งหมดออกจากแนวชายแดนอย่างสิ้นเชิงการถอนอาวุธแบ่งเป็น 3 เฟส ต้องใช้เวลา 6 สัปดาห์รัฐบาลจะชิงสุกก่อนห่ามปล่อยเชลยศึก 18 คนให้กัมพูชาทำไม??เงื่อนไขข้อที่ 2, ฝ่ายกัมพูชาต้องร่วมมือกับฝ่ายไทยเก็บกู้ทุ่นระเบิดแนวชายแดนให้สำเร็จตามข้อตกลงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด 15 จุด ยังต้องใช้เวลาดำเนินการอีก 3 เดือนยังไม่จำเป็นที่รัฐบาลต้องประเคนเชลยศึก 18 คนทันทีเงื่อนไขข้อที่ 3, การร่วมมือปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ที่ตั้งฐานใหญ่ในกัมพูชาเห็นชัดๆว่าเป็นแค่การสร้างภาพ ยังไม่ได้ปราบปรามอย่างจริงจังจึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยต้องปล่อยเชลยศึกกัมพูชาโดยพลันเงื่อนไขข้อที่ 4, การร่วมมือแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดน เพื่อจัดทำหลักเขตแดนไทย–กัมพูชา ยังไม่ทันเริ่มนับหนึ่งด้วยซ้ำไปเหตุไฉนรัฐบาลอนุทินรีบร้อนจะปล่อยเชลยศึกคืนให้กัมพูชา“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าสถานการณ์วันนี้ชี้ชัดว่า...กัมพูชายังไม่ได้ยุติความเป็นปรปักษ์กับไทย และไทยก็ยังไม่ได้ยุติความเป็นปรปักษ์กับกัมพูชาตราบใดปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นอธิปไตยของไทย ยังถูกทหารกัมพูชายึดครองตราบใดพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ยังไม่สามารถขับไล่กัมพูชาให้ออกพ้นดินแดนไทย ฯลฯความเป็นปรปักษ์ต่อกันยังไม่ยุติลงรัฐบาลอย่าทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกคนไทยดีกว่านะโยม.แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม